มองสังคมอังกฤษและการค้าทาส ผ่านภาพวาดของไดโดและเอลิซาเบธ

เป็นเวลากว่า 200 ปี ที่ภาพวาดนี้ถูกตีความว่าเป็นของเลดี้เอลิซาเบธ เมอร์รีย์ กับสาวใช้ผิวดำไม่ทราบชื่อ ต้องรอถึงทศวรรษที่ 1980s กว่าความจริงจะปรากฎว่าผู้หญิงผิวสีในภาพ นอกจากจะไม่ใช่สาวใช้ แต่ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องร่วมสายเลือดของเลดี้เอลิซาเบธอีกต่างหาก เธอมีนามว่า ไดโด เอลิซาเบธ เบลล์ เรื่องราวของไดโดเริ่มต้นบนเรือค้าทาสแต่มาจบลงในวงสังคมชั้นสูงของอังกฤษ เกิดอะไรขึ้นกับไดโด? ภาพวาดของเธอสะท้อนเสียงแบบไหนในประวัติศาสตร์?

เส้นทางชีวิตสุดเศร้าของเจ้าชายชาร์ล เอ็ดเวิร์ด จากหลานชายคนเล็กของควีนวิกตอเรีย สู่นายทหารนาซีคนสนิทของฮิตเลอร์

ในปี 1953 ชายแก่วัยใกล้ฝั่งกำลังดูภาพบันทึกงานฉลองขึ้นครองราชย์ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ในโรงหนังแห่งหนึ่งที่ประเทศเยอรมนี ชายคนนี้มีผมสีขาวโพลน สายตาแย่จนแทบมองไม่เห็น ท่านเพ่งมองภาพแสนสุขตรงหน้าราวกับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบนโลกแสนห่างไกล ทั้งที่ในความจริง ท่านเองก็มีสิทธิ์ร่วมฉลองกับเหตุการณ์แสนสุขอยู่ตรงนั้น หากไม่เกิดเหตุพลิกผันที่ผลักดันให้ท่านต้องมาจบชีวิตบั้นปลายโดยไม่มีโอกาสได้กลับบ้าน ชายชราผู้นั้นคือเจ้าชายชาร์ล เอ็ดเวิร์ด เจ้าชายแห่งอังกฤษและหลานชายคนเล็กของควีนวิกตอเรีย

ทำไมควีนเอลิซาเบธที่ 1 ถึงไม่แต่งงาน?

ควีนเอลิซาเบธที่ 1 ราชินีคนสุดท้ายจากสายราชวงศ์ทิวเดอร์เป็นที่รู้จักกันในฐานะราชินีพรหมจารีย์ ช่วงเวลาของพระนางเป็นยุครุ่งเรืองของอังกฤษอย่างไม่ต้องสงสัย ยุคสมัยที่ไม่เหมือนใครและเต็มไปด้วยสีสันยังทอดเงาสีจางๆ ให้เราสัมผัสผ่านงานเขียนของวิลเลียม เชกสเปียร์ มหากวีผู้โด่งดังของอังกฤษ